Last chapter in GLC : บ๊ายบายเมืองเซบู

 


มาบูฮาย~ สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ทุกคน~

วันนี้เป็นอีกวันที่แอดรู้สึกใจหายเอามากๆ ที่รู้ว่า

แอดจะต้องเขียนบล็อกนี้เป็นบล็อกสุดท้ายแล้ว

เพราะว่าแอดจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยค่ะ

โดยวันนี้แอดจะมาเล่าถึงความประทับใจทั้งหมดที่แอดได้เจอตลอดทั้ง 1 ปีที่ผ่านมาค่ะ

วันที่ 20 มกราคม 2565 แอดตัดสินใจเก็บกระเป๋าเดินทางมายังประเทศฟิลิปปินส์

ตอนนั้นคนรอบตัวหลายๆ คนคัดค้านกับการตัดสินใจในครั้งนี้มากๆ

เพราะชื่อเสียงด้านความปลอดภัยของที่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แต่การเดินทางมายังที่นี่ของแอดคือการมาเรียนภาษาอังกฤษ

และใช้ชีวิตอยู่ในสถาบัน GLC เสียเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้นแอดจึงตัดปัญหาเรื่องความกังวลเรื่องความปลอดภัยไปได้หนึ่งเรื่องเลยค่ะ

และอีกเรื่องที่สำคัญมากๆ สำหรับแอดก็คือการได้มาเป็น Student staff 

หน้าที่ของ Student staff ก็คือการค่อยดูแลและช่วยเหลือ 

ให้คำปรึกษากับนักเรียนทุกคนที่เรียนภาษาอังกฤษในสถาบัน GLC นั่นเองค่ะ

นอกจากนี้แอดยังได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติด้วยนะคะ

เช่น ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เวียดนาม จีน ไต้หวัน อาหรับ รัสเซีย เกาหลี และมองโกเลีย

แอดคิดว่าการได้ทำงานกับชาวต่างชาติค่อนข้างจะแตกต่างจากการทำงานกับคนไทย

ทำงานกับชาวต่างชาติจะเน้นที่การสื่อสารเป็นหลัก เพราะถ้าเราศึกษากันไม่รู้เรื่อง

ก็จะทำให้งานที่ออกมาไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้ อีกอย่างที่แอดสัมผัสได้

ก็คือช่องว่างระหว่างวัยค่ะ ชาวต่างชาติจะให้ความสำคัญกับตรงนี้ค่อนข้างน้อย

ทำให้เราไม่เกร็งเวลาที่ต้องคุยกับคนที่อายุแก่กว่าหรือคนที่มีตำแหน่งที่สูงกว่าค่ะ

อีกเรื่องที่แอดรู้สึกประทับใจมากๆ สำหรับการเดินทางมายังประเทศฟิลปินส์ก็คือ

การได้รู้จักกับชาวฟิลปินส์ค่ะ เพราะจริงๆ แล้วคนที่นี่น่ารักมากๆ

ทุกคนเป็นกันเอง รักความสนุกสนาน และที่สำคัญคนที่นี่ร้องเพลงเพราะเอามากๆ เลยค่ะ


ไม่เพียงแค่ได้ทำงานกับชาวต่างชาติเท่านั้น 

แต่คนที่อยู่รอบๆ ตัวแอดล้วนแล้วแต่เป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น


ซึ่งจุดนี้เป็นข้อดีสำหรับแอดมากๆ 

เพราะนอกจากเราจะได้เรียนภาษาอังกฤษในห้องและการทำงานแล้ว

เราก็ยังได้ฝึกภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆ อีก 

ซึ่งเท่ากับว่าแอดสามารถพูดได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบจุกๆ


ซึ่งแอดบอกเลยว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

แอดได้ทั้งประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศและทักษะภาษาอังกฤษ

รวมไปทั้งประสบการณ์แย่ๆ ที่แอดได้เจอด้วยค่ะ

ทั้งการไปโรงพยาบาลเอย การไปโรงพักเอย

ถึงแม้จะเป็นประสบการณ์ที่แอดไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่

แต่ .. No Pain No Gain ค่ะ


วันนั้นที่แอดตัดสินใจเดินทางมายังเมืองเซบู

ที่ที่แอดไม่เคยรู้จักมาก่อนและไม่เคยมีความคิดอยากที่จะมาด้วย

แต่ตอนนี้แอดกลับรู้สึกใจหายมากๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว


สุดท้ายก่อนที่เราจะจากกัน.. 

แอดอยากขอขอบคุณทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจมาโดยตลอดนะคะ

แอดหวังว่าประสบการณ์ที่แอดได้แชร์ออกไปจะเป็นประโยชน์ให้แก่เพื่อนๆ 

ที่กำลังตัดสินใจมายังทีนี่นะคะ สำหรับเพื่อนๆ ที่เพิ่งผ่านเข้ามา

ก็สามารถไปตามอ่านบล็อกต่างๆ ที่แอดเขียนไว้ได้เลยนะ

ถ้าเรามีโอกาสได้เจอกันอีก อย่าลืมเข้ามาทักทายกันนะคะ

สวัสดีค่ะ บ๊าย บายยย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว Jollibee ฉบับ enjoy eating.

Hi ชีวิตนักเรียนไทยในเซบู (Travel alone for one day)

Island Hopping ฉบับอัพเดท 2024!